10 เหตุผลที่ Blogger ควรจะทำเว็บไซต์ พร้อมแจกช่องทางทำเงิน

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on linkedin
LinkedIn

สวัสดีครับผมเดียวจากดิจิทัชนะครับ จากที่คุณได้ทราบกันในหัวข้อของวันนี้ “เป็นบล็อกเกอร์แล้วไม่ทำเว็บไซต์ ก็เหมือนกินข้าวมันไก่แล้วลืมใส่น้ำจิ้ม” เดี๋ยวจะมาคุยกันครับว่าทำไม ถ้าคุณคิดจะเป็น Blogger แล้วควรจะมีเว็บไซต์เป็นหนึ่งในตัวตนหรือโปรไฟล์บนโลกออนไลน์ของคุณ จากประสบการณ์ส่วนตัวที่เคยลองทำเว็บไซต์ของตัวเองมานานประมาณนึง และเคยมีโอกาสได้เข้าไปอยู่ในองค์กรที่ต้องการซื้อโฆษณาจาก Blogger ด้วย ทางบริษัทต้องการ Tie-in สินค้า กับ Influencer ทั้งชื่อดังและไม่ดังทั้งหลาย หลายครั้งที่ความต้องการขององค์กรคืออยากได้ทุก channel นอกจากจะอยากได้ engagement จาก Social media ยังต้องการบทความ advertorial บนเว็บไซต์ด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บริษัทที่อยากจะทำ SEO ให้เว็บไซต์ของตัวเอง จะมีความต้องการ Backlink จากเว็บไซต์ของ Influencer เพราะในมุม SEO แค่โพสบน Social มันไม่พอ แต่คำตอบที่ได้คือ “ยังไม่มีเว็บครับ/ค่ะ มีแต่ Facebook, IG, Youtube ได้ไหม” ด้วย Requirement ที่หัวหน้าสั่งมา  Influencer คนนั้นก็ถูกปัดตกไป ทั้งๆที่ ยอดไลค์ ยอด Follow เยอะๆกันทั้งนั้น เสียดายแทนมากๆ และทางผมเองก็งานงอก ต้องหา Blogger ท่านอื่นที่มีเว็บไซต์มาแทน ซึ่งบอกตรงๆ ยังมีไม่เยอะมากในตลาดปัจจุบันครับ หลายๆครั้งก็ต้องซื้อกับคนเดิมๆ มานั่งรวมๆ รายได้ที่ Blogger คนนั้น ได้รับจากบริษัทไป ก็อยากออกนั่งทำเว็บไซต์มาขาย advertorial ให้บริษัทที่ตัวทำงานจริงๆ วันนี้เลยอยากจะมาแชร์ว่าทำไม Blogger อย่างเราๆ ถึงต้องมีเว็บไซต์เป็นของตัวเองกันครับ

เว็บไซต์เป็นอีกหนึ่งโปรไฟล์ที่คนสามารถเข้ามารับชมเนื้อหาและติดตามเราได้

เว็บไซต์เป็นอีกหนึ่งโปรไฟล์ที่คนสามารถเข้ามารับชมเนื้อหาและติดตามเราได้

ก็อย่างที่เราทราบกันว่าเว็บไซต์เป็นโปรไฟล์ที่เราเป็นเจ้าของจริงๆ เราจะอยากทำเว็บไซต์ให้เป็นแบบไหนก็ได้ จะใช้เป็นที่เก็บ Portfolio ผลงานที่ทำ บทความให้ความรู้ที่เคยเขียน จะใช้รวบรวมวิดีโอ พร้อมกับเนื้อหา และรูปประกอบที่อธิบายให้ผู้อ่านเข้าใจได้อย่างชัดเจน เราสามารถดึงผู้ใช้จาก Social media ต่างๆ เว็บบอร์ด หรือแม้แต่ชวนเพื่อนๆ หรือลูกค้าของเราเข้ามาอ่านบทความเต็มๆ เนื้อหารายละเอียดแบบเน้นๆ ที่เว็บไซต์ของเราได้ และถ้าเจอเนื้อหาอื่นๆ ที่น่าสนใจ ก็สามารถคลิกไปอ่านต่อ การจัดการหมวดหมู่หรือออกแบบให้ผู้คนเข้าหน้าไหน ไปต่อที่หน้าไหน จบที่ไหน หรือจบที่การขายของก็ยังได้ ซึ่งวิธีการเหล่านี้สามารถทำได้ที่เว็บไซต์ของเรานี่แหล่ะครับ และถ้าเราเขียนเนื้อหาดีๆ การเชิญชวนคนให้เข้าติดตามการเขียนบทความของเราก็เป็นอีกช่องทางนึงที่รักษาแฟนๆของเราได้เป็นเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะให้ subscribe email กดติดตาม lineOA หรือกดไลค์ Facebook page

Content บางอย่างเหมาะจะแสดงบนเว็บไซต์มากกว่า Social media platform

หลายๆคนคงเคยอ่านรีวิว, How to หรือบทความที่มีรายละเอียดเยอะๆ ผ่าน Facebook post ใช่ไหมครับ ผมเป็นคนนึงที่คิดว่าถ้ามีบทความที่เนื้อหาดีขนาดนี้ มีคุณภาพขนาดนี้ ถ้าเอาไปลงในเว็บไซต์ คงจะอ่านง่าย ย่อยง่าย เข้าใจได้ง่ายกว่านี้เยอะ แม้แต่ Content ที่เป็นวิดีโอ บางครั้งเราดู ก็ต้องคอยกด Pause กด Play ตลอด เมื่อต้องการทำตามวิดีโอนั้นๆ ผมก็ได้แต่คิดแล้วก็สงสัย…(อยู่ตรงนั้นเธอเป็นอย่างไรก็ไม่รู้ ดักแก่ซะหน่อย) ว่าถ้าทำเนื้อหาพวกนี้ลงเว็บไซต์ เราคงจะเป็นคนนึงที่เข้าไปอ่าน และกดติดตามอย่างไม่ต้องแน่นอน นั่นแหล่ะครับ ทำให้การมีเว็บไซต์เป็นอะไรที่มีประโยชน์มากๆเลย สำหรับคนชอบแชร์เนื้อหาหรือบทความที่มีรายละเอียดซับซ้อน ต้องมีเนื้อหารายละเอียดเยอะๆ มีรูป มีวิดีโอ มีลิงค์ให้ไปอ่านต่อ ทำให้ผู้อ่านหรือผู้ติดตามของเราสามารถเข้าใจสิ่งที่เราต้องการจะสื่อสารได้ง่ายมากขึ้นครับ

ลูกค้าหลายๆคน ต้องการซื้อ Influencer ที่มีเว็บไซต์

ลูกค้าหลายๆคน ต้องการซื้อ Influencer ที่มีเว็บไซต์

ตามที่ผมบอกไปข้างต้น ส่วนตัวเคยอยู่ในมุมของคนซื้อโฆษณาให้บริษัทที่ตัวเองทำงาน และทุกวันนี้ เรื่องการทำ SEO เป็นอะไรที่ทุกบริษัทอยากทำ ดังนั้นการจะใช้ Influencer คนนึงในการรีวิวสินค้า หรือ tie-in สินค้าลงไป นอกจากจะอยากได้ทั้งกระแสจาก Socail media เพื่อสร้างการรับรู้แล้ว ทางบริษัทก็ยังอยากได้ เนื้อหาดีๆ ที่คงทนถาวรบนเว็บไซต์ของ influencer และคะแนน SEO จาก Backlink ที่ติดบนเว็บไซต์ของ Influencer คนนั้นด้วย ทำให้บางบริษัทเกิด requirement ขึ้นมาว่า จะซื้อเฉพาะ Influencer ที่มีเว็บไซต์แล้วเท่านั้น หรือต่อให้เค้าไม่ได้กำหนด criteria ของ Influencer ว่า Blogger คนนั้นต้องมีเว็บไซต์หรือไม่ แต่การมีเว็บไซต์ไป Up sale ก็สร้างรายได้เพิ่มไม่น้อยเลยนะครับ ยิ่งถ้าเป็นการ tie-in บนบทความที่ติด SEO อยู่แล้วใน Keyword ที่มีคนค้นหาเยอะๆ ด้วยจะแพงมากๆ จนเราแทบอยากจะลาออกไปปั้นเว็บไซต์ ปั้น SEO ให้ติดเพื่อมาขาย tie-in โดยเฉพาะกันเลยแหล่ะครับ

ทราฟฟิคจาก SEO ช่างหอมหวาน

หลายๆคนคงเคยได้ยินเรื่อง SEO มาบ้าง เดี๋ยวผมขออธิบายสั้นๆ ว่ามันคือการทำยังไงก็ได้ให้ Google รักเว็บไซต์เรา เอาเนื้อหาของเราไปแสดงในอันดับต้นๆของผลการค้นหา และเราก็จะได้ช่องทางการโปรโมทเว็บไซต์ของเราแบบฟรีๆบน Search engine ที่ใหญ่ที่สุดในโลกครับ จากปกติ สำหรับคนที่ใช้เฉพาะ Social media ในการแชร์เนื้อหาให้ผู้ติดตามได้เข้ามาอ่านกัน โพสที คนก็เข้ามาที หยุดโพส คนก็หาย ใช่ไหมครับ แต่ลองจินตนาการดูนะครับ ว่าถ้าเราเขียนบทความดีๆ ลงบนเว็บไซต์ และบังเอิญ(หรือวางแผนมาแล้ว) ไปติดบน Google เนี่ย เจ้า Google ก็จะพาคนที่ค้นหาคำนั้นๆ เข้ามาอ่านข้อมูลบนเว็บไซต์ของเราทุกวัน แม้จะไม่มีได้มีการโพสอะไรใหม่ๆเลย เวลาคนค้นหาข้อมูลใน google ก็ยังจะเจอเว็บไซต์เราอยู่ดี นี่แหล่ะครับทำไมผมถึงบอกว่า “ทราฟฟิคจาก SEO ช่างหอมหวาน” เพราะเป็นช่องทางการสร้างทราฟฟิคหรือผู้ติดตามแบบฟรีๆ ที่ทำครั้งเดียว แล้วเราก็สามารถเอาไปหากินได้ยาวๆ เลยครับ

ทราฟฟิคจาก SEO ช่างหอมหวาน-digitouch
นี่เป็นตัวอย่างปริมาณผู้เข้าชมเว็บไซต์หนึ่งของผม เฉพาะที่มากจาก Organic search ในปี 2019 ครับ

การสร้างทราฟฟิคจากเว็บไซต์ ไม่ต้องดังเราก็สามารถเริ่มทำเงินได้

การสร้างชื่อเสียงหลายๆ ผ่าน Social media ทุกคนก็คงทราบดีว่า เราอาจจะต้องดังในระดับนึงถึงจะเริ่มมีทำเงินได้ บางคนทำมาเป็นปี โพสมา 364 โพส แล้วมาปังที่โพส 365 ถึงจะเริ่มทำเงิน โดยที่ก่อนหน้านั้น อาจจะไม่สามารถทำเงินได้เลย ทำใจล้วนๆ แต่ในมุมของการทำเว็บไซต์ เราสามารถสร้างคุณค่าให้ตัวตนของเราได้จากตัวเลขปริมาณคนที่เข้ามาชมเว็บไซต์ของเราครับ และเสน่ห์ของการทำเว็บไซต์คือ ไม่จำเป็นต้องดังก็เริ่มมีคนเข้ามาอ่านเนื้อหาของเราแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งทราฟฟิคจาก SEO ที่ผมกล่าวไปด้านบน ยิ่งทุกวันนี้ พฤติกรรมการค้นหาของมนุษย์เรา ยิ่งมีความเฉพาะเจาะจงมาขึ้นทุกวัน เช่นแต่ก่อนคนอาจจะชอบค้นว่า “รีสอร์ทกาญจนบุรี” แต่จากแนวโน้มการค้นหาในปัจจุบัน จะเริ่มค้นหาแบบ “รีสอร์ทกาญจนบุรี ติดแม่น้ำ มีเครื่องเล่น พักได้ 10 คน” ทำให้โอกาสในการสร้างเนื้อหาที่ตอบโจทย์การค้นหาที่มีความเฉพาะเจาะจงมีมากขึ้น แล้วถ้าเราสะสมเนื้อหาที่ตอบโจทย์ความเฉพาะเจาะจงแบบนี้ไปเรื่อยๆ ทำให้เว็บไซต์ของเรามีปริมาณผู้เข้าชมที่ค่อนข้างคงที่และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เราสามารถเริ่มสร้างรายได้ ได้ไม่ยากครับ

เปิดช่องทางการทำเงินที่มากขึ้น

การเป็น Blogger หลายๆคนอาจจะคิดว่ารายได้หลักๆ น่าจะมาจาก การรับรีวิวสินค้า tie-in สินค้า ใช่ไหมครับ ซึ่งอาจจะเป็นอย่างนั้น ถ้าเรามีโปรไฟล์เฉพาะใน Social media แต่ถ้าเราเริ่มมีเว็บไซต์เมื่อไหร่ โลกแห่งช่องทางการหาเงินออนไลน์ที่หลากหลายจะถูกเปิดขึ้นครับ ไม่ว่าจะเป็น

  • รับลงแบนเนอร์โฆษณาจากลูกค้าตรงๆ
  • รับทำ advertorial ซึ่งคล้ายๆกับรับรีวิว แต่เนื้อหาจะอยู่บนเว็บไซต์ในลักษณะของบทความที่เราสามารถใส่รายละเอียดลงไปได้มากกว่า และจากประสบการณ์ แบบนี้แพงกว่าครับ
  • ติด Banner โฆษณาการ Google adsense
  • ทำ affiliate ให้คนคลิกซื้อของผ่านลิงค์บนเว็บไซต์ของเรา เมื่อคนซื้อเราก็ได้ค่าคอมมิสชั่น
  • เปิดส่วนที่เป็น Ecommerce ขายของ แม่งซะเลย
  • การขาย Content premium หรือคอร์สสอนอะไรบางอย่าง

ตัวอย่าง affiliate network ในไทย

เห็นไหมครับ เราสามารถใส่ไอเดียการทำเงินผ่านเว็บไซต์ต่อยอดได้เยอะแยะเลย รอช้าอยู่ทำไม มาเริ่มทำเว็บไซต์ของเรากันเถอะครับ

รายได้จากโฆษณาบนเว็บไซต์ค่อนข้างแน่นอน

จากที่เล่าให้ฟังด้านบนทั้งเรื่องปริมาณผู้เข้าชมและรูปแบบการทำเงิน ทำให้รายได้จากโฆษณาบนเว็บไซต์ค่อนข้างแน่นอนครับ อาจจะไม่หวือหวาเหมือนเวลามีลูกค้ามาจ่ายเงินให้รีวิวใน Social media (ซึ่งก็ต้องดังในระดับนึง ถึงจะมีลูกค้าเข้า) แต่รายได้จากเว็บไซต์ของเราขึ้นอยู่กับปริมาณผู้เข้าชมเว็บไซต์ของเราครับ ถ้าเราปั้นเนื้อหาเว็บของเราดีๆ มีคนเข้าชมอย่างสม่ำเสมอ รายได้จากค่าโฆษณาผ่าน platform ต่างๆ ที่ผมเล่าให้ฟังในหัวข้อก่อนหน้า (Google adsense, affiliate แม้แต่ยอดจากการขายของหรือขายคอร์ส) จะค่อนข้างแน่นอนมากๆ ครับ ทำให้ Blogger อย่างเราสบายใจได้ในระดับนึงว่าถ้าไม่มีลูกค้าเข้าในเดือนนี้ เราก็ยังมีรายได้จากส่วนอื่นๆ เพิ่มขึ้นมาให้พอชื้นใจขึ้นมาบาง

การสร้างทราฟฟิคจากเว็บไซต์ ไม่ต้องดังเราก็มีมูลค่าได้-digitouch
นี่เป็นรายได้จาก Google Adsense ที่ติดในเว็บไซต์ด้านบนครับ และคัดมาเฉพาะผู้เข้าชมที่มาจาก SEO เท่านั้น คนกดไลค์เพจประมาณ 2000 แต่เน้นไปที่ SEO ซึ่งถ้าคนที่ทำ content บน Social media เก่งๆ เรียกคนเข้ามาในเว็บไซต์ได้เยอะๆ ผมเชื่อว่าสามารถเริ่มต้นทำรายได้ได้ไม่ยากครับ

ไม่เสียโอกาสในการใช้ Social media ลากคนเข้าไปอ่านเนื้อหาในเว็บไซต์ เพิ่มปริมาณผู้เข้าชมและรายได้

หลายๆคน มีคนติดตามใน Social media เยอะมากๆ แบบว่าโพสที คนไลค์ คนแชร์ หลักหมื่น หลักแสน แต่โพสนั้นอาจจะเป็นคอนเท้นที่เราทำฟรี ไม่ใช่ content ที่เราลูกค้าจ้าง ซึ่งก็แน่นอนครับ สิ่งที่ได้เพียงอย่างเดียวจากโพสนั้นก็คือ ตัวเลขคนไลค์คนแชร์ อาจจะเอาไว้ขายลูกค้าอีกที แต่ลองคิดดูนะครับ ถ้าเรามีเว็บไซต์ แล้วเราใส่ลิงค์ให้ผู้ที่เข้าชมหรือติดตาม เข้าอ่านเว็บไซต์ของเราต่อ นอกจากผู้อ่าน จะสามารถอ่านรายะเอียดที่เข้าใจได้ง่ายมากขึ้น เรายังมีโอกาสที่เราจะทำเงินจากปริมาณผู้เข้าชมนั้นๆ เช่น Google Adsense เค้าจ่ายเงินเราเป็น click หรือ Impression คนเข้าเยอะ โอกาสทำเงินก็เยอะ หรือจะใส่ link affiliate เผื่อคนที่อ่านสนใจคลิกไปซื้อของที่แทรกอยู่ในเนื้อหาเราก็ได้ตัง แถมเรายังได้ตัวเลขปริมาณการเข้าชมเนื้อหานั้นๆ เอาไปขายลูกค้าอีกทีด้วยครับ

เป็นคลังเก็บ Content และผลงานของเรา

เป็นคลังเก็บ Content และผลงานของเรา

การโพสลง Content ลงบน Social media เหมือนการทำเนื้อหาลงบนหน้า Feed ข่าว ที่โพสไปแล้ว วันนึงมันก็จะโดเนื้อหาอื่นๆ ดันลงไป และหายไปกับสายลม หรือบางคนจะทำเป็น Album เก็บไว้บนเพจ การที่คนจะเข้าไปอ่าน ก็ทำได้ค่อนข้างยาก จะจัดหมวดหมู่ของเนื้อหาก็ทำได้ไม่สะดวกเท่าที่ควร แต่ถ้าคุณสรา้งเนื้อหาบนเว็บไซต์ ปัญหาเหล่านี้จะหมดไปครับ จริงมั้ย ซาร่า โอ้ว มันยอดมาเลยจอร์จ….จอร์จ _่อง บ้าบอ โอเคครับ ก็ตามที่ผมพูดมา เนื้อหาบนเว็บไซต์ของเรา มันไม่ได้หายไปไหน ถ้าเราจะหมวดหมู่ของเว็บไซต์เราดีๆ คนที่อยากกลับเข้ามาเนื้อหาของเรา ก็สามารถเข้ามาค้นหาได้ไม่ยาก แถมเรายังได้ปริมาณผู้เข้าชมที่มากขึ้น …และแน่นอนคนดีๆอย่างเรา ก็จะได้เงินเยอะขึ้นครับ

การทำเว็บไซต์ ไม่แพงและไม่ยากอย่างที่คิด

อีกหนึ่งอุปสรรคที่ Blogger หลายๆ คนไม่ได้ทำเว็บไซต์ซักที ทั้งๆ ที่รู้ว่า มีแล้วมันดียังไง ก็คือคิดว่าการทำเว็บไซต์ต้องมีต้นทุนที่แพงมากๆแน่เลยแกร ไหนจะค่าโดเมน ค่าโฮส ค่าติ้งตั้งครั้งแรก ค่าออกแบบ ค่าทำฟังก์ชั่นฟีเจอร์ต่างๆ ที่ลองๆหาดูและฟังคนอื่นมา แค่เริ่มต้น ก็มีหลักหลายๆพัน หรือหลักหมื่นขึ้นไป ทำให้ไม่ได้เริ่มทำเว็บไซต์ของตัวเองซักที วันนี้ผมเดียวจากจะขอนุญาติแฉต้นทุนการทำเว็บไซต์ฉบับคนที่ต้นทุนน้อย อะไรทำเองได้ ก็อยากทำเอง เวลาเยอะ เงินน้อย ไว้ที่บทความนี้ครับ “จริงๆแล้วต้นทุนการทำเว็บไซต์มันเป็นกี่บาท” ถ้าขี้เกียจอ่านเดี๋ยวผมเล่าให้ฟังคร่าวๆ ว่าถ้าเริ่มแบบทำเองหมด ที่ถูกที่สุดที่แนะนำก็จะมีแค่ค่าโฮสค่าโดเมนต้นทุนจะอยู่เพียงแค่ปีละประมาณ 1680 บาท หรือ 140 บาทต่อเดือน หรือ 4.60273972603 บาทต่อวัน คำนวนให้ดูกันอย่างกับโฆษณาขายประกันกันเลยนะครับ ที่คำนวนให้ดูแค่อยากจะบอกว่า ทำเถอะพ่อคุณ แค่เดินไปเซเว่นหน้าปากซอยก็หมดเยอะกว่านี้แล้ว ส่วนวิธีการทำ ปรับแต่งหน้าตาเว็บไซต์ ก็มีสอนใน Youtube เต็มไปหมด หรือจะมาปรึกษาผมก็ได้ครับ…..ได้เวลาขายของแล้วครับ

BLOGGER ACADEMY BY DIGIOTUCH
  • คนที่อยากจะเริ่มหาเงินออนไลน์ ส่วนใหญ่จะเริ่มต้นด้วยการทำ Facebook page ทำ Channel Youtube สร้าง Content ให้โดนใจ หวังให้คนมา Follow หรือ Subscribe เพื่อวันนึงจะมีลูกค้าเข้า ส่งของมาให้รีวิว ส่งตั๋วเครื่องบินให้ไปเที่ยวฟรี หรือแม้แต่ได้เงินจากโฆษณา Youtube 
  • แต่…..เมื่อใครๆก็ทำ Page ได้ แค่ไม่กี่คลิก Channel  Youtube ใหม่ๆ เกิดทุกวัน ทำให้เกิดเหตุการ #โพสทุกวันทั้งเดือนก็ยังเงียบคนไลค์หลักสิบ #ลงคลิปไปหลายสิบคลิปยอดซัพยังไม่ถึงพัน #ส่วนมากเป็นคนรู้จักกดไลค์กดแชร์ให้ ใช่ไหมครับ
  • ด้วยธรรมชาติของการทำ Social media marketing จำเป็นต้องใช้เวลาในการสะสมชื่อเสียง และเป็นการทดลองทำ Content ไปเรื่อยๆ เพื่อคาดว่ากลุ่มผู้ชมหรือผู้ติดตามจะชอบเนื้อหาที่เราสร้างขึ้นมา หลังจากนั้นก็จะเริ่มมีคนติดตาม คนไลค์ คนแชร์ เรียกได้ว่า ถ้ายังไม่ปัง ก็นั่งพังๆกันไปก่อน
  • ผมไม่ได้บอกว่า Social media marketing หรือการทำ Facebook page ทำ Channel Youtube ไม่ดีนะครับ แค่อยากจะบอกว่า ลดความเสี่ยงหน่อยไหม นอกจาก #นั่งทำContentเดาใจลูกค้า เรามาทำอะไรซักอย่างเพิ่มกันหน่อยดีไหม ใช่ครับ ผมจะมาชวนคนที่อยากหาเงินออนไลน์หรือ Blogger ทั้งหลาย ไม่ว่าจะ หน้าใหม่ หน้าเก่า มือเก๋า มือทอง โพสแล้วมีคนไลค์ห้าคนหรือห้าหมื่นคน มาทำเว็บไซต์ Blog กันครับ
โปรเจค Blogger Academy by Digitouch
  • เปิดโลกช่องทางการทำเงินออนไลน์บนเว็บไซต์ เลิกรอลูกค้าเข้า มาลองทำ Google adsense, Afiiliate, เปิดร้านขายของออนไลน์, รับลงแบนเนอร์, ขาย advertorial, ขายคอร์สหรือเนื้อหา Premium หรือถ้าใครมีไอเดียอะไร มาปรึกษาพูดคุยกันได้ครับ
  • สร้างเนื้อหาจาก Data เราจะทำการ Research ก่อนว่าเราทำเนื้อหาเกี่ยวกับอะไร มีคนอยากรู้มั้ย ทำแล้วจะมีคนเข้าไปอ่านหรือเปล่า เพื่อให้แน่ใจว่า การพยายามครั้งนี้ ไม่สูญเปล่า
  • เขียนบทความครั้งเดียวมีคนเข้าอ่านทุกวัน เนื่องจากมีคนค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับเนื้อหาที่เราเขียนขึ้นทุกวัน ทำให้บทความของเรามีผู้เข้าชมทุกวัน โดยไม่ต้องโพสบ่อยๆ
  • ใช้พลังของ Social สนับสนุนการทำเงินบนเว็บไซต์ สำหรับเจ้าของเพจที่มียอดไลค์ ยอดแชร์เยอะๆ อยู่แล้ว เราจะลากคนจากโซเชี่ยลเข้ามาอ่านต่อที่เว็บไซต์ พร้อมเพิ่มรายได้จากปริมาณผู้เข้าชมเว็บไซต์กันครับ
  • ไม่ต้องปังก็มีตังได้ เนื่องเรามีผู้เข้าชมเนื้อหาบนเว็บไซต์ของเรามาจากการค้นหาบน Google ทำให้เรายังไม่จำเป็นต้องดัง ไม่ต้องมีคนไลค์เยอะ หรือยอดซัพเยอะ ก็มีคนเข้าเว็บเราอยู่แล้ว ทำให้เราก็สามารถเริ่มทำเงินได้จากคนที่เข้าเว็บไซต์ของเราได้ไม่ยาก
สิ่งที่คุณจะรับเมื่อเข้ารวม Blogger Academy
WordPress-logotype-wmark
elementor-site-logo
astra-icons-01
Crocoblock-LogoVerticalVersion
download
Solid_white_250x52
  • เรียนรู้การทำเว็บไซต์ด้วย wordpress ให้สวยงาม บ่งบอกตัวตนและ Blog ของคุณ ด้วย Premium plugin ที่มีให้ใช้แบบฟรีๆ และวิดีโอสอนการใช้งานอย่างละเอียด พร้อมให้คำปรึกษาเรื่องปรับแต่งเว็บไซต์ให้สวยงาม ง่ายๆ ด้วยตัวคุณเอง
  • เรียนรู้การทำ SEO จากเจ้าของเว็บไซต์ที่คนเข้าชมเดือนละหลักแสน session ด้วยการทำ SEO อย่าเงดียว ในปี 2019
  • เรียนรู้การทำเงินจากเว็บไซต์ เราจะมาคิดช่วยช่วยกัน ว่าเนื้อหาประมาณนี้ สามารถทำเงินในลักษณะไหนได้บ้าง
  • มีเครื่องมือทางการตลาดต่างๆให้ใช้ ใครไปเจออะไรดีๆ ถ้าฟรีเอามาแบ่งกัน หรือถ้าต้องเสียตัง หารกันก็ได้
  • เข้ากลุ่ม Facebook เพื่อปรึกษา ช่วยเหลือ แบ่งปัน วิธีการทำ Blog ให้ประสบความสำเร็จ
  • เนื่องจาก Digitouch เป็น Digital agency จะมีลูกค้าเข้ามาเรื่อยๆ ถ้ามีลูกค้าคนไหน อยากทำการตลาดผ่าน Influencer / Blogger สมาชิกกลุ่ม Blogger Academy จะได้รับการติดต่อก่อนใคร
#สำหรับมือใหม่
  • คุณจะไม่หลงทาง นั่งคิดไอเดียทำ Content เพื่อเดาใจผู้คนอีกต่อไป
  • คุณจะมีที่ปรึกษา ไม่ว่าจะเรื่องการทำเว็บไซต์ การทำ SEO การหาคนเข้าเว็บ จากผม หรือแม้แต่เรื่องการทำเพจทำ Channel จาก Blogger คนอื่นๆในกลุ่มของเรา
  • คุณจะมีกำลังใจในการทำ Blog หรือหาเงินออนไลน์ เนื่องจากเราจะมีการแชร์ผลลัพท์ แชร์แนวทางการทำ ในกลุ่มของเราแบบไม่มีกั๊ก
  • ได้ Connnection คนที่ทำ Blog เหมือนกัน สามารถต่อยอดอะไรได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการทำ Content ร่วมกัน การช่วยการโพส ช่วยกันแชร์ Content ของคุณ หรืออื่นๆ บลาๆๆ 
  • คุณจะมีแนวทางที่ชัดเจน อย่างน้อยก็จากประสบการณ์ของผมเองที่ทำเว็บของตัวเองมาประมาณ 5 ปี และทำเงินในระดับที่สามารถออกจากงานประจำ มาทำเว็บของตัวเองอย่างเดียวได้
#สำหรับมือเก๋า
  • ถ้าคุณมียอดไลค์ ยอดแชร์อยู่แล้ว คุณจะสามารถทำเงินได้เพิ่มทันที จากผู้ติดติดตามของคุณ
  • เปิดช่องทางการทำเงินให้มากขึ้น มากกว่าแค่รอลูกค้าเข้า (ถ้ามีคนเข้าเว็บวันละ 1,000 คน เท่าที่ลองมามีโอกาสสร้างรายได้จาก Google adsense แบบชิลๆ เดือนละ 10,000 บาทจ้า ปล. เรื่องรายได้แล้วแต่ตลาดด้วยเด้อ อยากรู้เรื่องนี้ เดี๋ยวไปคุยกันในกรุ๊ปนะครับ)
  • มีของไปขายลูกค้ามากขึ้น โดยเฉพาะ Advertorial จากที่ผมเคยอยู่มุมของคนที่ต้องซื้อโฆษณาจาก Blogger ถ้าใครเสริมตรงนี้เข้ามาได้ แบรนด์ต่างๆ ยอมจ่ายโคตรแพง
  • ไม่เสียโอกาสในการใช้ Social media ลากคนเข้าไปอ่านเนื้อหาในเว็บไซต์ เพิ่มปริมาณผู้เข้าชมและรายได้
  • มีคลังเก็บ Content และผลงานของเรา ถ้าคนอยากกลับเข้ามาอ่านก็เข้ามาค้นหาได้ไม่ยาก
บทความที่เกี่ยวข้อง

หรือวิกฤตครั้งนี้จะเป็นโอกาส มาเริ่มสร้าง LineOA ให้ร้านของคุณกันเถอะ

สวัสดีครับ มาเจอกับผมเดียวจาก Digitouch อีกแล้วนะครับ จากสถานการโรคระบาดที่เรากำลังเจออยู่ตอนนี้ ทำให้หลายๆ ธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจที่เน้นขายที่หน้าร้านเจอผลกระทบเข้าไปเต็มๆเลยนะครับ แต่ชีวิตยังไม่สิ้นก็ต้องดิ้นกันต่อไปใช่ไหมครับ ใครยังอยากดิ้นต่อ มาลองอ่านบทความนี้กันครับ วันนี้ผมมีไอเดียนึงที่อยากจะมาแชร์ให้ทุกคนได้ลองเอาไปประยุกต์ใช้กันครับ เป็นไอเดียที่จะใช้เครื่องมือที่หลายๆคนอาจจะรู้จักกันดีอยู่แล้ว อย่างเจ้า LineOA นั่นเองครับ เดี๋ยวมาดูกันว่าเจ้านี่จะช่วยให้เรา ผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้อย่างไร ทำไมต้อง LineOA ? หลายๆคนที่มาปรึกษาผม ว่าถ้าจะเริ่มทำการตลาดออนไลน์ให้ธุรกิจที่เปิดขายหน้าที่หน้าร้านเป็นหลัก เช่น ร้านอาหาร

8 วิธีการทำการตลาดออนไลน์สำหรับนายหน้าอสังหา พร้อมแจก Keyword อสังหาในไทย

สวัสดีครับ ผมเดียวจากดิจิทัชนะครับ เดี๋ยววันนี้ผมจะขออนุญาตมาแชร์ 8 ไอเดียการทำการตลาดออนไลน์สำหรับธุรกิจนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ ให้ทุกคนได้ลองเอาไปประยุกใช้กับการหาลูกค้ากันครับ อย่างที่ทุกคนรู้กัน ทุกวันนี้ คนอยู่บนโลกออนไลน์กันตลอดเวลา ไม่ว่าจะเล่น facebook ไถฟีด แชทไลน์ หรือหาข้อมูลบน Google และหนึ่งในนั้นก็มีลูกค้าที่กำลังมองหาคอนโดเพื่อเช่า บ้านเพื่อซื้อ หรือที่ดินที่อยากลงทุนอยู่ด้วย เดี๋ยวเรามาดูกัน ว่าเราจะใช้เครื่องมือต่างๆ เกี่ยวกับการตลาดออนไลน์ มาช่วยให้ท่านสามารถเข้าถึงคนเหล่านั้น และช่วยให้ท่านสามารถขายทรัพย์ในมือของท่านได้ง่ายขึ้นยังไงได้บ้าง ลงประกาศตามเว็บดัง หรือเว็บบอร์ดต่างๆ

ลูกค้าบนโลกออนไลน์ ก่อนจะตัดสินใจซื้อ เค้ากำลังมองหาอะไร

มนุษย์เราแทบทุกคนมีความต้องการอะไรบางอย่างเสมอ ไม่ว่าจะเป็นต้องการแก้ปัญหาที่มีอยู่ ต้องการหาอะไรบางอย่างที่มาทำให้ชีวิตดีขึ้น มีความสุขมากขึ้น และทำให้เกิดธุรกิจหลายๆอย่างขึ้นมา แล้วธุรกิจของคุณหล่ะครับ แก้ปัญหาอะไรหรือทำให้ชีวิตของลูกค้าดีขึ้นยังไงบ้าง? ให้เวลาคิด 10 วินาทีครับ ติ๊กต็อก…ติ๊กต็อก…ติ๊กต็อก…หมดเวลา…. โอเคครับ ผมเชื่อว่าเจ้าของธุรกิจหรือกิจการทุกคนรู้อยู่แล้วแหล่ะครับ ว่าสิ่งที่เราขายอยู่ มีประโยชน์หรือสร้างคุณค่าอะไรบางอย่างให้กับลูกค้า แต่จะทำยังไงให้ลูกค้ารู้หล่ะครับว่าเราเราอยู่ตรงนี้นะ สามารถช่วยปัญหาหรือทำชีวิตของคุณให้ดีขึ้นได้ หลังจากรู้แล้ว ทำยังไงเค้าตัดสินใจซื้อสินค้าหรือบริการของเรา ในเมื่อธุรกิจที่เหมือนเรา ขายการแก้ปัญหาอย่างเดียวกันกับเรา มีอยู่เยอะแยะ แล้วลูกค้าจะตัดสินใจซื้อสินค้าหรือบริการนั้นๆ จากใครหล่ะ? คำตอบคือคนที่เค้ามั่นใจ

แชร์ไอเดียการหาเงินออนไลน์เดือนละ 10,000 บาท ด้วยการทำ Blog

สวัสดีครับทุกท่าน ผมเดียวจาก Digitouch นะครับ หลังจากช่วงนี้ เจ้าไวรัส covid-19 ระบาดทำให้หลายๆคน รวมถึงผมด้วยก็ต้องระมัดระวังในการออกไปนอกบ้าน ถ้าเป็นไปได้ อยู่บ้านจะดีที่สุด เพื่อลดการระบาดของเจ้าไวรัสนี้ ลดเชื้อเพื่อชาติกันครับ ถ้าไวรัสนี้หายระบาด เราจะได้ออกไปเที่ยวเล่นกันซะที ตอนนี้ก็นั่งดูคลิปเที่ยวใน Youtube กันไปก่อน แต่พอได้อยู่บ้านนานๆ ก็ว่างหน่ะสิครับ หลายคนอาจจะดู netflix เล่นเกม หรือหางานอดิเรกอย่างอื่นทำ แต่วันนี้ผมจะขออนุญาตมาแนะนำอีก

สมัคร cloudways และ setup wordpress พร้อมสร้างเว็บไซต์ให้สวยงามแบบมืออาชีพภายใน 30 นาที

สวัสดีครับทุกท่าน ผมเดียวจาก ดิจิทัชนะครับ สำหรับบทความนี้ผมจะพาทุกท่านไปสมัครใช้งาน wordpress cloud hosting ที่เป็นที่นิยมในหมู่คนทำเว็บทั่วโลกแถมเค้ายังให้เราทดลองใช้ฟรี 3 วันอีก ถ้าจะต่ออายุก็เริ่มต้นเพียงเดือนละแค่ 10 USD หรือประมาณ 300 บาทเองครับ ส่วนเชียร์มากๆ ให้ใช้ host นี้ และถ้าใครสมัครใช้งานผ่าน host นี้ผ่าน Link ของ

เริ่มต้นทำเว็บไซต์ ใช้ Platform อะไรดี มีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ (Wix vs lnwshop vs WordPress)

หลายคนที่คิดอยากจะมีเว็บไซต์ คงจะมีคำถามว่า ราคาค่าทำเว็บไซต์แบบเริ่มต้นเนี่ย จะเป็นราคาเท่าไหร่ ผมเข้าใจคนทำธุรกิจนะครับ เวลาโทรไปถาม บริษัทรับทำเว็บ จะมีค่าโน่นนี่นั่น ค่าโฮส ค่าโดเมน ค่าออกแบบ ค่าลงข้อมูล ค่าทำรูปภาพ ค่าทำระบบต่างๆ แต่หลายๆท่านคงจะมีคำถามกลับมาว่า ถ้าอยากได้เว็บไซต์เริ่มต้น ง่ายๆ ไม่เอา Service อะไรเลย โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ ที่พอจะมีทักษะทางการใช้คอมพิวเตอร์อยู่บ้าง ก็คงอยากลองทำเอง ที่เคยไป Search

เรียนรู้การทำเงินด้วยเว็บไซต์ใน
Blogger Academy by Digitouch
  • เรียนรู้การทำ SEO จากเจ้าของเว็บไซต์ที่คนเข้าชมเดือนละหลักแสน session ด้วยการทำ SEO อย่างดียว ในปี 2019
  • เรียนรู้การทำเงินจากเว็บไซต์ จากคนที่คนได้มาแล้วจริงๆ
  • เนื่องจาก Digitouch เป็น Digital agency ถ้ามีลูกค้าเข้า สมาชิกกลุ่ม Blogger Academy จะได้รับการติดต่อก่อนใคร